[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย
 

 



  

เรื่องทั่วไป
ผมเป็นโรคขี้เกียจ

พฤหัสบดี ที่ 17 เดือน เมษายน พ.ศ.2557


.:: สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย ::.
 

 
 
 

 

 

 

 


  

เรื่องทั่วไป
ผมเป็นโรคขี้เกียจ

พฤหัสบดี ที่ 17 เดือน เมษายน พ.ศ.2557
 
 

เด็กหลังห้อง

สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย

 ปล. ภาพประกอบจากเวบpostjungครับ

ผมเป็นโรคขี้เกียจ

        บทความที่ท่านได้อ่านนี้เกิดจากตัวผู้เขียนบทความรู้สึกตัวเองว่า ตัวเองขี้เกียจมากๆ เลยพยายามหาข้ออ้างทางวิชาการมาใช้แก้ตัว เฮ้ย....เอามาหาเหตุผลเพื่อหาทางแก้ไขจ้า ความดีความชอบของบทความผู้เขียนขอรับไว้เอง ส่วนข้อตำหนิหรือข้อเสียอื่นๆขอมอบให้พี่วรา ในฐานะผู้ตรวจบทความก่อนนำมาลงให้อ่านกัน

 

 

                       ตัวผมเองมีอาการหลัก ๆ คือ ง่วงนอนตลอดเวลาทั้งที่นอนมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่กลับไม่รู้สึกสดชื่นเลย , รู้สึกเหนื่อย เพลีย ไม่มีแรง, รู้สึกมึนๆ, ปวดเนื้อปวดตัว, แถมมีอาการลำไส้แปรปรวน โดยรวมๆแล้วอยากจะลาป่วยทุกๆวันเลย ใครมีอาการเหล่านี้บ้าง...ก็ยินดีต้อนรับเข้าสู่สมาคมคนขี้เกียจครับ (ล้อเล่นนา) เนื่องจากอาการดังกล่าวก็เลยลาป่วยบ่อยๆ แต่ถ้าลาบ่อยไปก็ดูไม่ดี เกรงว่าจะมีผลให้ตกงาน ก็เลยไปหาหมอเพื่อขอใบรับรองแพทย์ ซึ่่งหมอหลายๆท่านแนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอ (หมอครับผมนอนเกิน8ชั่วโมงต่อวันละนา ยังไม่พออีกหรือ, มากกว่านี้ก็ไม่ไหวละ) หาหมอก็แล้ว กินยาก็แล้ว ยังไม่หาย สงสัย"เบลเฟกอร์" (บาปแห่งความขี้เกียจ) เข้าสิง.................ไม่ได้สิ เราเรียนสายวิทยาศาสตร์มาจะมาเชื่อเรื่องบาปเข้าสิงได้ไง เราต้องหาเหตุผลดีๆสวยๆ มาเป็นข้อแก้ตัว เอาละไหนลองหาบทความวิชาการต่างๆดูสิว่ามีโรคไหนใกล้เคียงกับเรานา หาไปสักพัก (สามวัน) จนในที่สุดก็ได้เจอข้อแก้ตัวงามๆสักที

                       Lady & Gentleman, ผมภูมิใจเสนอ/แนะนำให้ท่านรู้จักโรค Chronic fatigue syndrome (CFS) หรืออาจจะเรียกว่า โรคไฮโปไกลซีเมีย (Hypoglycemia) ซึ่งโรคนี้ถือว่าเป็นโรคฮิตของคนเมือง อาจารย์สาธิต อินทรกำหง กล่าวใน นิตยสาร ชีวจิต ไว้ว่า Hypoglycemia แปลว่า น้ำตาลกลูโคส (Glucose)ในเลือดต่ำ แต่แท้ที่จริงก็คือ ลักษณะของ น้ำตาลในเลือดลงต่ำแล้วขึ้นสูง แล้วลงต่ำ แล้วขึ้นสูงอีก เป็นแบบนี้ตลอดทั้งวัน และทุกครั้งที่น้ำตาลในเลือดลดลงต่ำ ก็จะมีอาการเพลีย หมดแรง ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลียโดยหาสาเหตุไม่ได้ ผสมกับการนอนไม่หลับ ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว ระบบขับถ่ายต่าง ๆ รวนเรไปหมด ในทางการแพทย์ได้จำแนกโรคออกเป็น3กลุ่มอาการครับ (ที่ขีดเส้นใต้คืออาการที่ผมรู้สึกว่าเป็น, ส่วนในวงเล็บ เอาฮา)

                       กลุ่มที่ 1-กลุ่มความผิดปกติทางร่างกาย มีอาการดังนี้ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง, ปวดหัว-เวียนศีรษะ (สงสัยจะแฮงก์), นอนไม่หลับ (เนื่องจากบอลเตะดึก), เหงื่อแตกบ่อยๆ, มือสั่น (อยากเหล้าและยาสูบ), ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง (เข้าใจว่าตัวสูงใหญ่เลยเป็น) เป็นตะคริวบ่อย (นั่งพับเพียบนาน), เกิดการชักกระตุก, คันตามผิวหนัง, หน้าร้อนผ่าวบ่อย ๆ, มีอาการภูมิแพ้ (โดยเฉพาะสาวๆ ยิ่งถ้าสาวสวยด้วย ยิ่งแพ้ถึงขั้นเกียจเพราะโบราณบอกว่าเกียจอะไรมักได้สิ่งนั้น), มือเท้าเย็น, เนื้อตัวชาบางครั้ง, การทรงตัวไม่ดี (เนี้ยะ มันอาการตอนเมาชัดๆ)

                      กลุ่มที่ 2-กลุ่มความผิดปกติของระบบต่าง ๆ มีอาการดังนี้ ท้องอืด ท้องเฟ้อ, ปากแห้งคอแห้ง (อยากเหล้าแน่ๆ), เบื่ออาหาร, อยากกินของหวานๆ, หิวอย่างรุนแรงก่อนถึงเวลากินอาหาร (ไม่ได้ตะกละนะ), ถ่ายอุจจาระผิดปกติ, ถ่ายปัสสาวะผิดปกติ, หายใจไม่ค่อยออก, ปากและลมหายใจมีกลิ่นแปลก ๆ (กลิ่นละมุดมั้ง 555), หัวใจเต้นผิดปกติ (ยามเจอสาวๆสวยๆ), เป็นลมบ่อยๆ, อ้วน-น้ำหนักเกิน, กามตายด้าน (อันนี้นอกจากไม่เป็นแล้วยังมีอาการตรงกันข้ามสะอีก 555)

                      กลุ่มที่3-กลุ่มความผิดปกติทางจิตใจ และระบบประสาท มีอาการดังนี้ รู้สึกเบื่อหน่าย, ฟุ้งซ่านขาดสมาธิ (ในการเล่นเกม), วิตกกังวลโดยง่าย, ลังเลตัดสินใจไม่ได้ (ไม่รู้จะเลือกใครดี), รู้สึกสับสนปั่นป่วน, ทนเสียงอึกทึก และแสงจ้าๆไม่ได้ (เข้าผับไม่ได้สิ), เบื่อการพบปะเพื่อนฝูง ไม่ชอบเข้าสังคม, การประสานงานส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเลวลง (อาการตอนเมาอีกละ), โมโหง่าย, ฝันร้ายบ่อย, ความจำเสื่อม (สงสัยจะแก่) ถ้าเป็นมากๆจะพบมีอาการทางประสาท อยากฆ่าตัวตาย

                      จากอาการที่กล่าวมา ไม่จำเป็นนะครับที่จะมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมๆกัน บางอาการอาจเกิดขึ้นแล้วหายไป แล้วสามารถกลับมาเป็นใหม่ได้อีก นี้พอเรารู้อาการแล้ว เราก็มาหาสาเหตุกันครับ (รู้ไว้ เพื่อใครจะได้เอาไปบอกเจ้านายครับว่าหมอบอกมางี้)

สาเหตุที่ 1. เกิดจากภาวะที่ฮอร์โมนอินซูลิน หลั่งออกมามากเกินไปอันเนื่องมาจากอาการเจ็บป่วย ซึ่งฮอร์โมนดังกล่าว จะทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำนั่นเอง (Iinsulin-induced hypoglycemia) อันนี้มักพบในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ได้รับยาฉีดอินซูลินหรือรับยารับประทานกลุ่ม sulfonylurea นอกจากนี้ยังมีโรคบางอย่างที่เข้าค่ายในสาเหตุนี้ เช่น มะเร็งที่ตับอ่อน

สาเหตุที่ 2. คล้ายกับสาเหตุแรกทีมีการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมามากแล้วทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ แต่สาเหตุนี้พบหลังจากรับประทานอาหาร (postprandial hypoglycemia) อันนี้เกิดจากพฤติกรรรม และ ไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล ซึ่งจะพบว่าคนเมืองส่วนใหญ่จะฮิตเป็นโรคนี้เนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้

                      1) พฤติกรรมการบริโภคมากเกิน โดยเฉพาะ อาหารฟาสต์ฟู้ด น้ำอัดลม ขนมหวาน หรืออาหารที่มีแป้งหรือน้ำตาลเป็นองค์ประกอบหลัก ซึ่งจะมีผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ร่างกายของเราก็จะตอบสนองโดยตับอ่อนจะผลิตอินซูลินออกมาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลให้ลดต่ำลง ทีนี้เมื่อเรารับประทานเพิ่มเข้าไปอีก น้ำตาลในเลือดก็สูงขึ้นมาอีกแล้ว ตับอ่อนจะผลิตอินซูลินออกมาลดน้ำตาลอีก เกิดเป็นวัฏจักรน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นแล้วลงต่ำสลับกันไปตลอดเวลา ซึ่งเท่ากับว่า ตับอ่อนก็ต้องทำงานตลอดเวลา นี้ยังไม่รวมถึงการดื่มสุราที่ไปมีผลเสียต่อร่างกายอีก

                      (2) ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่ต้องเผชิญหน้ากับความเครียด ความรีบเร่ง ความยุ่งเหยิงในการดำเนินชีวิตที่ต้องแข่งขันกับเวลา นอนดึก ก็ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เมื่อยล้า เหนื่อยได้ง่าย ๆ และยิ่งใครทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ ก็ยิ่งซ้ำเติมให้เจ็บป่วยหนักขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว

                      (3) สภาวะแวดล้อมอันเป็นพิษ ซึ่งอาจส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อร่างกายและจิตรใจ

สาเหตุที่ 3. เกิดจากภาวะที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอจนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ (Fasting Hypoglycemia) อันนี้อาจเกิดจาก การที่ไม่ได้รับสารอาหารจริงๆ (อดอาหารหรืออกกำลังกายมากไป) หรือ เกิดจากโรคภัยที่มีผลทำเซลล์ตับเสียหาย (เช่น กินเหล้ามากเกินไป)

                      

                มาถึงตรงนี้ผู้เขียนชักจะไม่แน่ใจละครับว่าตกลงผมหาข้ออ้างเรื่องขี้เกียจ หรือ หรือป่วยเป็นโรค hypoflycemia กันแน่ ยิ่งเมื่อดูสาเหตุของโรคยิ่งพบว่า สาเหตุที่สองเรื่องพฤติกรรมการใช้ชีวิตเนี๊ยะ มันเข้าทางเราเต็มๆเลย ไหนๆแล้วก็ถือโอกาสเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตดู เพื่อจะทำให้หายจากอาการขี้เกียจบ้าง ก่อนที่จะขี้เกียจมากไปกว่านี้จนถึงขันขี้เกียจหายใจครับ

                      สุดท้าย ผมหวังว่า บทความนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกท่านนะครับ เพื่อที่ผู้ที่เป็นโรคนี้แล้วไมรู้ตัวจะได้รู้และหาทางแก้ไข ตลอดจนผุ้ที่ไม่ได้เป็นโรคนี้จะได้ใช้เป็นข้ออ้างในการขี้เกียจและลางานครับ

อ้างอิง

http://umm.edu/health/medical/altmed/condition/hypoglycemia

Thai Journal of Nursing Council Vol. 26 No.4 October-December 2011

http://www.diabetescareth.com/

http://www.cheewajit.com

http://www.vcharkarn.com/

เข้าชม : 25

 

 

เรื่องทั่วไป 5 อันดับล่าสุด

      ผมเป็นโรคขี้เกียจ 17 / เม.ย. / 2557
      อัลปากา 10 / เม.ย. / 2557
      ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 10 / พ.ย. / 2553
      ตำนานพระพิรุณ 25 / เม.ย. / 2553
      ครูผู้ช่วยคือใคร 15 / ม.ค. / 2553




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :
 

กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ vtatthailand@windowslive.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

Home    About us    News    Calendar    Webboard    Knowledge    Gallery    Contact us    Admin  
© Copyright 2010 สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย :: Veterinay Technology Association of Thailand
Power by : MAXSITE 1.10
     
     
     

 



เข้าชม : 848


เรื่องทั่วไป 5 อันดับล่าสุด

      พระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ.2551 18 / พ.ค. / 2558
      อวดไม่รู้ 21 / เม.ย. / 2558
      โรคกระดูกพรุน 14 / พ.ค. / 2557
      U-NET 28 / เม.ย. / 2557
      ผมเป็นโรคขี้เกียจ 17 / เม.ย. / 2557




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ vtatthailand@windowslive.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

Home    About us    News    Calendar    Webboard    Knowledge    Gallery    Contact us    Admin  
© Copyright 2010 สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย :: Veterinay Technology Association of Thailand
Power by : MAXSITE 1.10