[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย
 

 



  

ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการสัตวแพทย์
หมากัด

พฤหัสบดี ที่ 17 เดือน เมษายน พ.ศ.2557


พีระ อารีศรีสม

คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

                หมากัด!!!!!

ปล. ภาพประกอบจากgoogleครับ

                       หมากัด เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยทั้งในครอบครัวที่เลี้ยงสุนัขและไม่ได้เลี้ยงสุนัข ล่าสุดกับข่าวคราวของสุนัขของดาราสาวชื่อดังหลุดออกจากบ้านแล้วไปก่อปัญหาในบ้านของเพื่อนบ้าน เกิดการฟ้องร้องกันมูลค่านับแสนบาท เป็นตัวอย่างล่าสุดของปัญหาหมาๆ ที่ทำให้ผู้เลี้ยงต้องปวดหัว หากมองย้อยไปแล้วปัญหาสุนัขกัดคนเกิดขึ้นเป็นระยะๆ และเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง บางรายถึงกับเสียชีวิต บางรายบาดเจ็บสาหัส ทำให้ผมต้องลองหาข้อมูลเกี่ยวกับการถูกสุนัขกัดมาเล่าให้ฟัง หมาหรือสุนัขเป็นสัตว์ในกลุ่ม carnivore มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Canis lupus familiaris ซึ่งเป็นสัตว์กินเนื้อ สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์มานานมากกว่า 12.000 ปีมาแล้ว โดยในอดีตบรรพบุรุษของสุนัขอาศัยอยู่ในธรรมชาติ โดยสุนัขจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเพื่อล่าสัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่าหรือใกล้เคียงกัน เมื่อล่ามาได้แล้วก็แบ่งกันกิน ต่อมามันเริ่มอาศัยใกล้เคียงกับแหล่งอาศัยของมนุษย์เพื่อหาเศษอาหารที่มนุษย์กินเหลือ จนในที่สุดมนุษย์ก็นำมันมาเลี้ยงและอยู่ด้วยกันนับแต่นั้นมาในฐานะสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ แม้ว่ามนุษย์จะนำสุนัขมาเลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์จนเกิดเป็นสายพันธุ์ที่สวยงามแต่มันก็ยังคงมีนิสัยดั้งเดิมคือการเป็นผู้ล่า แม้ว่าปัจจุบันการล่าสัตว์เพื่อเป็นอาหารของมนุษย์ไม่มีแล้ว แต่สุนัขก็ยังถูกนำมาใช้ในกิจกรรมการล่าในรูปแบบของเกมกีฬา ซึ่งจะสามารถพบเห็นได้ในต่างประเทศแถบยุโรปหรืออเมริกา สุนัขสายพันธุ์ที่ถูกนำมาใช้ในการล่าสัตว์ได้แก่ Afgan hound, Beagle, dutchun, Gray hound เป็นต้น

                       มาถึงเรื่องของการกัดของสุนัขสามารถพบได้ทั่วไป โดยจะสามารถสังเกตได้ว่าสุนัขมีพฤติกรรมการกัดตั้งแต่เป็นลูกสุนัข ลูกสุนัขที่เล่นกันนั้นส่วนหนึ่งจะเล่นกันโดยการไล่กัดกัน หรือการกัดกระดูกเทียม หรือกัดทำลายวัตถุที่อยู่บนพื้น เช่นรองเท้าจนเกิดความเสียหายอยู่บ่อยครั้ง เมื่อโตขึ้นพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้จะค่อยๆ จางหายไป แต่ก็ยังหลงเหลือบ้าง ในสุนัขบางตัวที่ไม่ถูกสั่งสอน อบรม สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นแค่เพียงพฤติกรรมปกติของสุนัขที่แสดงออกมาตามธรรมชาติ มาถึงเรื่องการที่สุนัขกัดคนซึ่งเป็นประเด็นใหญ่จนนำมาเป็นหัวข้อเรื่อง และเราต้องเรียนรู้ว่าทำไมสุนัขถึงกัดคน โดยธรรมชาติแล้วสุนัขส่วนใหญ่จะไม่กัดคนโดยไม่มีเหตุผล การที่สุนัขกัดคนนั้นจะต้องมีปัจจัยโน้มนำให้สุนัขกัดคนเช่น การบุกรุกอาณาเขตของมัน การแย่งอาหาร การทำร้ายหรือเกิดจากความเจ็บป่วยของสุนัขเอง ซึ่งประเด็นนี้ยังไม่น่าห่วงเท่ากับการโดนสุนัขบ้ากัด กรณีหลังนี้ผู้ถูกกัดจะมีความเสียงต่อชีวิตเป็นอย่างมาก จากข่าวสารที่ผ่านมานั้นผมสังเกตว่าสุนัขส่วนใหญ่ที่กัดคนจนเป็นข่าวมักเป็นสุนัขที่มีขนาดกลางจนถึงสุนัขขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าสุนัขพันธุ์เล็กจะไม่กัดคนนะครับ เพียงแต่อาจมีโอกาสน้อยกว่าสุนัขพันธุ์ที่ใหญ่กว่า สุนัขพันธุ์ที่ใช้ในการล่าสัตว์ก็จะมีความเสี่ยงในการกัดคนมากกว่าสุนัขพันธุ์ที่สงบเรียบร้อย ปัจจัยที่ทำให้สุนัขกัดคนนั้นแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ

                       กลุ่มที่ 1ปัจจัยภายใน ปัจจัยภายในหมายความถึงปัจจัยของตัวสุนัขเอง ซึ่งปัจจัยด้านนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญและต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขพอสมควร ผู้เลี้ยงควรที่จะใส่ใจในการดูแลสุนัขให้มาก บางกรณีการกัดของสุนัขนั้นอาจมีสาเหตุมาจากผู้เลี้ยงสุนัขเสียเองด้วยซ้ำ ปัจจัยภายในพอสรุปได้ดังนี้

- สายพันธุ์ของสุนัข สุนัขในโลกนี้มีหลากหลายสายพันธุ์ สุนัขสายพันธุ์ใหญ่และสายพันธุ์ที่ใช้ในการล่าสัตว์ จะมีความดุร้ายมากกว่าสุนัขในกลุ่มตุ๊กตา (Toy breeds) สายพันธุ์ที่มักพบปัญหาเช่น โดเบอร์แมน ร็อตไวเลอร์ พิทบูล ซึ่งผู้เลี้ยงสุนัขเหล่านี้ควรตะต้องตระหนักให้มากก่อนนำสุนัขเหล่านี้มาเลี้ยง เพราะสุนัขเหล่านี้ต้องการพื้นที่ในการวิ่งเล่นมาก มีพละกำลังมาก กอรปกับโครงสร้างที่ใหญ่ การกัดแต่ละครั้งจึงสร้างความเสียหายให้กับเหยื่อเป็นอย่างมาก

-เพศ ปัจจัยด้านเพศนั้นเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของสุนัขได้อีกประการหนึ่ง สุนัขเพศผู้จะมีความดุร้ายมากกว่าสุนัขเพศเมีย อันเนื่องมาจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศผู้ สุนัขที่ได้รับการตอนจะลดความดุร้ายและก้าวร้าวลงได้ ความดุร้ายของสุนัขเพศผู้อาจทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงฤดูการผสมพันธุ์ ส่วนสุนัขเพศเมียนั้นจะมีความดุร้ายในช่วงหลังคลอดลูกไปจนถึงช่วงระยะให้นม ซึ่งสุนัขเพศเมียจะมีความเครียดอันเนื่องมาจากภาระการเลี้ยงดูลูกและการหวงแหนลูกของมัน

-ความฝังใจในวัยเด็ก ไม่ว่าคนหรือสุนัขหากในวัยเด็กได้รับอันตรายรุนแรงจะเกิดความฝังใจในสิ่งนั้น บางตัวแสดงออกโดยการแสดงอาการกลัว บางตัวแสดงออกโดยมีพฤติกรรมก้าวร้าว ความฝังใจนี้มักพบเห็นได้จากการที่สุนัขวิ่งไล่กวดกัดผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ หากมีการซักประวัติย้อนหลังมักจะพบว่าสุนัขเคยได้รับอันตรายจากรถจักรยานยนต์หรือผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ เป็นต้น

-อาการเจ็บป่วยของสุนัข สุนัขปกติจะมีอาการร่าเริง แจ่มใส ขนเรียบ เป็นมันวาว กินอาหารได้ตามปกติ แต่เมื่อเกิดความเจ็บป่วยเกิดขึ้นเราจะพบว่าสุนัขจะกินอาหารได้น้อยลง มีขี้ตา เกรอะกรัง มีกลิ่นเหม็น ไม่ค่อยเคลื่อนไหว ชอบซุกตัวในมุมที่ไม่ค่อยมีผู้คนรบกวน สิ่งเหล่านี้แสดงถึงความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับสุนัขซึ่งเจ้าของสุนัขจะต้องรีบพาสุนัขไปหาสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษา ความเจ็บป่วยจะทำให้สุนัขเกิดความไม่สบายกาย ไม่สบายใจและมีความเครียดเกิดขึ้น อาการเจ็บป่วยบางโรคจะทำให้สุนัขเกิดความทุกข์ ทรมาน เจ็บปวด ซึ่งในช่วงเวลาที่สุนัขเกิดความเจ็บป่วยนี้อาจทำร้ายผู้ที่เข้าไปใกล้ได้ สุนัขที่มีอาการของโรคพิษสุนัขบ้านั้นมักหลบซ่อนตัวในมุมมืดปราศจากการรบกวนของผู้คน ซึ่งในบางครั้งเจ้าของสุนัขอาจไม่ทราบและมักใช้มือเอื้อมดึงสุนัขออกจากที่ซ่อนเป็นสาเหตุให้ถูกสุนัขกัดได้

-สมาชิกภายในฝูง สุนัขตัวที่เป็นจ่าฝูงจะสามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมการวิ่งนำหน้าสุนัขตัวอื่นๆ การกินอาหารก่อน การข่มตัวอื่น การปัสสาวะตามทางเป็นระยะๆ เพื่อบอกอาณาเขต ในบางครั้งสุนัขในฝูงอาจมีการกระด้างกระเดื่องต่อจ่าฝูงบ้างจึงเกิดการกัดกัน นอกจากสังคมของสุนัขด้วยกันแล้วบางครั้งสุนัขยังอาจเหมารวมคนในครอบครัวให้เป็นพวกของมันอีกด้วย แต่คนในครอบครัวจะอยู่ในฐานะอะไรนั้นขึ้นกับบทบาทหรือปฏิสัมพันธ์ที่มีต่อสุนัข หากบุคคลทำหน้าที่เพียงแค่ให้อาหารและน้ำกับสุนัข สุนัขก็จะจัดคนคนนั้นให้เป็นลูกน้องของตน หากบุคคลสามารถออกคำสั่งต่างๆตนสุนัขเชื่อฟังได้คนคนนั้นก็จะถูกสุนัขยกย่องให้เป็นเจ้านาย จะเห็นได้จากการออกคำสั่งของคนสองคนที่กล่าวมากับสุนัข สุนัขจะเชื่อฟังคนกลุ่มหลังมากกว่า ปัจจัยข้อนี้มีความสำคัญกับผู้เลี้ยงสุนัขกลุ่มสายพันธุ์ผู้ล่าเป็นอย่างมาก เพราะสุนัขในกลุ่มนี้ควรจะได้รับการฝึกฝนและสอนให้เชื่อฟังคำสั่งของเจ้าของสุนัข

-พันธุกรรม ปัจจัยข้อนี้มีความสืบเนื่องมาจากพ่อ-แม่ ของสุนัขที่นำมาเลี้ยงซึ่งจะมีการถ่ายทอดพันธุกรรมมาสู่รุ่นลูก สุนัขที่พ่อ-แม่มีประวัติความดุร้าย ลูกสุนัขส่วนหนึ่งจะมีความดุร้ายเมื่อโตขึ้นด้วย การเลือกซื้อสุนัขที่มีพันธุ์ประวัติจึงควรดูประวัติของความดุร้ายประกอบด้วย แต่ในบางครั้งผู้เลี้ยงต้องการความดุของสุนัขเพื่อใช้ในการเฝ้าบ้านก็อาจเลือกสายพันธุ์ที่มีความดุร้ายนำมาเลี้ยง พันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สุนัขมีความดุร้ายเพิ่มขึ้น เช่น โรคข้อเสื่อมที่มักพบในสุนัขหลายสายพันธุ์

-สัญชาตญาณ โดยปกติแล้วไม่ว่าคนหรือสัตว์ก็จะมีสัญชาตญาณในการป้องกันตัวอยู่ ซึ่งเมื่อตกใจหรือได้รับอันตรายก็จะต้องป้องกันตัว หลายคนที่ถูกสุนัขกัดมักจะเกิดจากการเผลอไปเหยียบสุนัข หรือเคยไปทำร้ายร่างกายสุนัขมาก่อน เหตุการณ์นี้มักเกิดกับเด็กที่ชอบไปเล่นกับสุนัข เช่นไปขี่หลัง ฉุดกระชากลากสุนัข เมื่อสุนัขได้รับความเจ็บปวดก็จะกัด ซึ่งการกัดนี้ก็ขึ้นกับนิสัยของสุนัข บางตัวแค่กัดเตือนให้รู้ว่าเจ็บ บางตัวก็กัดแบบจริงจัง

-การลุกล้ำอาณาเขต สุนัขจะมีการสร้างอาณาเขตของตนเองโดยการปัสสาวะ ซึ่งจะเห็นได้ชัดในสุนัขเพศผู้ ในปัสสาวะของสุนัขจะมีกลิ่นประจำของตนเอง เมื่อใดก็ตามกลิ่นของตัวเองถูกกลบทับด้วยกลิ่นของสุนัขตัวอื่นนั่นหมายถึงการรุกล้ำอาณาเขตเมื่อพบปะสุนัขคู่ปรับคงได้เห็นดีกันแน่ แต่สำหรับมนุษย์แล้วคงไม่มีใครไปสร้างกลิ่นทับกลิ่นเดิมเป็นแน่ แต่การเข้าไปในบ้านญาติ หรือสถานที่ที่ไมคุ้นเคยโดยที่เจ้าของบ้านไม่ได้แนะนำให้มันรู้จักก่อนก็อาจถูกสุนัขประจำบ้านนั้นกัดได้ เพราะถือว่าเป็นการรุกล้ำถิ่น

-การเล่นของสุนัข สุนัขวัยเด็กจะเล่นกันด้วยการวิ่งเล่น ไล่กัดกันบ้าง กัดรองเท้าหรือข้าวของเครื่องใช้บางอย่างบ้าง โดยเฉพาะลูกสุนัขที่ฟันเพิ่งเริ่มขึ้นจะมีพฤติกรรมการกัดมาก บางครั้งเจ้าของไม่ได้สั่งสอนในทางที่ถูก และยังอาจส่งเสริมโดยการซื้อกระดูกเทียมมาให้เล่นจะยิ่งเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมการกัดมากยิ่งขึ้น การลงโทษเมื่อสุนัขกัดทำร้ายข้าวของเป็นสิ่งที่พึงกระทำตามสมควร แต่การลงโทษต้องทำอย่างถูกต้องและเหมาะสม ไม่ใช่การตีทำร้ายร่างกายอย่างไร้เหตุผล ซึ่งการลงโทษสุนัขจะกล่าวต่อไป

                      กลุ่มที่ 2-ปัจจัยภายนอก

-การเลี้ยงดูของเจ้าของ ปัจจัยนี้นับเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ผู้เลี้ยงจะต้องให้ความใส่ใจเป็นอย่างยิ่งเพราะ สุนัขมีความต้องการพื้นฐานเช่นเดียวกับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร พื้นที่อยู่อาศัย การดูแลสุขภาพของสุนัข และความรักและการเอาใจใส่ โดยผู้เลี้ยงควรมีอาหารที่พอเพียงและมีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีเหมาะสมตามสายพันธุ์ของสุนัข เรื่องพื้นที่อยู่อาศัยของสุนัขก็มีความสำคัญโดยพบว่าสุนัขที่ถูกขังหรือล่ามโซ่เป็นเวลานานต่อวันจะมีความดุร้ายมากกว่าสุนัขที่ถูกปล่อยให้อยู่อาศัยได้อย่างเป็นอิสระในบริเวณที่จำกัดและกว้างเพียงพอที่จะวิ่งเล่นได้ การกักขังจะทำให้สุนัขเกิดอาการเครียด จะเห็นได้ว่าเมื่อปล่อยสุนัขที่ถูกกักขังเป็นเวลานาน สุนัขจะออกวิ่งโดยไม่ฟังคำสั่งของเจ้าของ และเมื่อมันได้ปลดปล่อยพลังออกมาระยะหนึ่งความเครียดจึงหายไปและสุนัขจะเริ่มสงบลง นอกจากนี้การกักขังสุนัขในกรงแคบๆเพียงตัวเดียวจะทำให้สุนัขขาดการมีปฏิสัมพันธ์กับคนและสุนัขด้วยกันเอง จึงขาดความเคารพยำเกรงเจ้าของของมัน การเลี้ยงสุนัขไม่ใช่เพียงให้อาหาร ให้น้ำมันกินเท่านั้น เจ้าของควรที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับสุนัขผ่านการเล่น การสัมผัสลูบหัวเบาๆ หรือการจูงออกไปวิ่งเล่น จะช่วยให้สุนัขไม่เกิดความเครียด สุนัขนับได้ว่าเป็นสัตว์ที่มีความจงรักภักดีต่อเจ้าของเป็นอย่างมาก บางตัวถึงขนาดไม่ยอมห่างจากเจ้านายก็มี การออกคำสั่งต่อสุนัขสม่ำเสมอจะทำให้สุนัขได้เรียนรู้ถึงบทบาทการเป็นเจ้านายของผู้เลี้ยงและยอมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งแต่โดยดี

-ผู้ถูกสุนัขกัด ข้อนี้หลายคนอาจสงสัยว่าเกี่ยวอะไรด้วย ใครๆ ก็เสี่ยงโดนสุนัขกัดทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าหากติดตามข่าวการถูกสุนัขกัดจะพบว่า เด็กและคนชราที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มักถูกสุนัขกัดบ่อยกว่าคนวัยทำงาน อุบัติการณ์ถูกสุนัขกัดมักเกิดกับเด็กมากที่สุดเนื่องจากเด็กมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการคือ เด็กมักชอบเล่นกับสุนัข เด็กชอบแหย่สุนัข ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสุนัข หรือแม้กระทั่งการแย่งของเล่นหรือขนมกัน การที่สุนัขจะกัดนั้นบางครั้งมันอาจต้องประเมินสถานการณ์คู่ต่อสู้ของมันด้วยว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมหรือไม่ หรือคู่ต่อสู้อยู่ในลำดับที่ต่ำกว่ามันหรือไม่ (ตามการจัดลำดับของมัน) เมื่อถูกสุนัขกัดแล้วเด็กมักร้องไห้ ดิ้นรน พฤติกรรมดังกล่าวจะเป็นการกระตุ้นให้สุนัขยิ่งเพิ่มความรุนแรงในการกัดมากขึ้น ดังนั้นการเลี้ยงสุนัขภายในบ้านจึงควรหลีกเลี่ยงการปล่อยให้สุนัขอยู่ร่วมกับเด็กและคนชราโดยลำพัง เพราะหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นแล้วจะไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทัน

-การถูกกระตุ้น หยอกล้อ ตัวสุนัข สิ่งเหล่านี้มักเกิดกับเด็กดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่ในผู้ใหญ่เองก็อาจทำพฤติกรรมกระตุ้นให้สุนัขเกิดความดุร้ายได้ เช่น การเดินผ่านสุนัขแล้วเกิดอาการกลัว การถือไม้เพื่อป้องกันตัว อาการลุกลี้ลุกลนเมื่อเผชิญหน้ากับสุนัข การกระทำที่กล่าวมาจะทำให้สุนัขประเมินได้ว่ามันสามารถป้องกันตัวเองได้เพราะคู่ต่อสู้อ่อนแอ การมีสิ่งกระตุ้นภายนอก เช่น เสียงรถจักรยานยนต์ การถือไม้ การยืนประชิดรั้วบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่สุนัขเคยฝังใจมาแล้วก็อาจเป็นสิ่งหนึ่งที่ยั่วยุให้สุนัขเกิดความดุร้ายได้

-ความซึมเศร้าและถูกทอดทิ้ง ผู้เลี้ยงสุนัขที่เคยให้ความรักความผูกพันกันมานานบางครั้งมีเหตุที่ทำให้สุนัขและผู้เลี้ยงต้องจากกันหรือห่างกัน เช่น การที่เจ้าของสุนัขมีลูกใหม่ซึ่งต้องกีดกันสุนัขให้ห่างจากเจ้าของและเด็กสมาชิกใหม่ของบ้าน การที่เจ้าของสุนัขต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ การนำสุนัขไปปล่อย เหตุการณ์เหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้สุนัขรู้สึกขาดความรัก อาจเกิดความซึมเศร้าขึ้นกับสุนัขได้ และเมื่อนานวันเข้าอาจพัฒนากลายเป็นความตึงเครียดได้ โดยเฉพาะสุนัขที่ถูกนำไปปล่อยจะต้องเผชิญชะตากรรมที่ต้องหาเศษอาหารกินเอง การรุกล้ำอาณาเขตสุนัขตัวอื่น เป็นปัจจัยเสริมที่จะทำให้สุนัขเกิดความเครียดมากขึ้น

-อาชีพ บุคคลที่ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสุนัข เช่น สัตวแพทย์ นักพยาบาลสัตว์ ช่างตัดขน ครูฝึกสุนัข บุคคลเหล่านี้จะต้องใกล้ชิดกับสุนัขมากกว่าสาขาอาชีพอื่นจึงมีโอกาสที่จะถูกสุนัขกัดได้มากกว่า การป้องกันโดยการสวมตะกร้อครอบปากสุนัขหรือการผูกปากสุนัขจึงเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดแม้ว่าสุนัขตัวนั้นจะมีนิสัยดีก็ตาม สำหรับสุนัขสายพันธุ์ที่มีหน้าสั้น เช่น ชิสุห์ ปั๊ก อาจมีความลำบากในการป้องกันด้วยการใส่ตะกร้อครอบปาก การปฏิบัติต่อสัตว์เหล่านี้จะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังและมีสติอยู่เสมอ

                      กลุ่มที่ 2-ปัจจัยภายนอก

- ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้สุนัขกัดได้ ดังนั้นผู้เลี้ยงสุนัขจึงควรที่จะพึงระวังในปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น การลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเป็นการป้องกันมิให้สุนัขกัดคนซึ่งผู้เลี้ยงสุนัขควรที่จะมีความรู้ความเข้าใจ และต้องมีมาตรการรองรับก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน การป้องกันเหตุการณ์สุนัขกัดคนสามารถทำได้ดังนี้

- การฝึกฝนสุนัขให้เชื่อฟังคำสั่งของผู้เลี้ยง วิธีการนี้เป็นวิธีการที่ดีและควรที่จะมีผู้ที่สามารถออกคำสั่งต่อสุนัขได้มากกว่า 1 คน เพื่อที่จะได้มีคนที่สามารถออกคำสั่งทดแทนกันได้ การฝึกสุนัขจะช่วยให้สุนัขมีความเป็นระเบียบวินัย เชื่อฟังคำสั่งของเจ้าของ การออกคำสั่งต่อสุนัขจะต้องออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น เด็ดขาด ควรใช้คำสั่งต่อสุนัขตามความสมควร ไม่ใช้พร่ำเพรื่อ การฝึกให้สุนัขอยู่ภายใต้สายจูงจะช่วยให้เจ้าของสุนัขสามารถควบคุมและกำกับสุนัขได้ง่ายขึ้น

- พื้นที่ในการเลี้ยงสุนัข สำหรับผู้ที่มีพื้นที่ภายในที่พักเล็กน้อยควรหลีกเลี่ยงการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่ เพราะสุนัขเหล่านี้มีความต้องการพื้นที่ในการวิ่งเล่นมาก การนำสุนัขมาอยู่ในพื้นที่แคบจะทำให้สุนัขเกิดความเครียด หากบ้านเรามีพื้นที่ไม่เพียงพอสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่อาจแก้ไขได้โดยการนำสุนัขออกไปวิ่งเล่นภายนอกบ้านภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าของ (ควรให้สุนัขอยู่ในสายจูง) เพื่อเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียด แต่อย่างไรก็ตามหากมีพื้นที่น้อยควรหลีกเลี่ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่จะเป็นการดี

- การให้ความรักความอบอุ่นกับสุนัข การมีเวลาให้สุนัขมากกว่าการให้น้ำและอาหาร การพาสุนัขออกไปเดินเล่นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 วัน จะช่วยให้สุนัขไม่เครียดและกินอาหารได้มากขึ้น การออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านยังช่วยให้สุนัขได้พบปะสุนัขตัวอื่นและมีสังคมของสุนัขเพิ่มมากขึ้น

- การเตือนและการลงโทษสุนัข สุนัขก็เช่นเดียวกับคนเราที่อาจมีการกระทำในสิ่งที่ผิดพลาดไปบ้าง เมื่อกระทำความผิดก็จะต้องมีการตักเตือนกันบ้าง การเตือนสุนัขเป็นสิ่งที่พึงกระทำเมื่อสุนัขทำผิด การเตือนมีได้หลาวิธีเช่น การส่งเสียงปราม การใช้กระดาษตีที่พื้น การดึงสายจูงให้ตึง วิธีการเหล่านี้ต้องทำบ่อยๆ เมื่อสุนัขกระทำความผิด และเมื่อสุนัขเกิดความจดจำได้ว่าพฤติกรรมใดที่เป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ หากทำอีกและได้รับการเตือนสุนัขก็จะหยุดพฤติกรรมนั้นๆ และเมื่อสุนัขหยุดพฤติกรรมดังกล่าวอาจส่งเสริมพวกเขาโดยการชมเชยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล จะเป็นการบอกให้สุนัขได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่เขาหยุดกระทำสร้างความพึงพอใจให้กับเจ้านาย มาถึงการลงโทษสุนัขซึ่งอยากให้เป็นหนทางสุดท้ายที่จะกระทำต่อสุนัข การลงโทษพร่ำเพรื่อโดยไร้เหตุผลจะเป็นตัวกระตุ้นให้สุนัขเกิดความดุร้าย เครียด และเก็บกด เมื่อมีโอกาสสุนัขอาจระบายความเครียดด้วยการกัดในภายหลังได้ การลงโทษสุนัขไม่ควรใช้ความรุนแรงโดยทันที แต่ควรมีมาตรการจากเบาไปหาหนัก เช่น การตวาดด้วยน้ำเสียงที่ดัง การกระตุกสายจูง การนำสุนัขเข้ากรง การลงโทษผู้กระทำจะต้องระมัดระวังด้วยเพราะสุนัขเมื่อเกิดการเจ็บปวดก็อาจแว้งกัดได้

                      ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากสุนัขที่กัดคนเข้าแล้วคงเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องแก้ไข บางคนไม่รู้จะทำอย่างไรจึงนำสุนัขไปปล่อย ขังกรง หรือตีมันจนตาย สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้คงไม่น่าปรารถนาเป็นอย่างยิ่ง เพราะการนำไปปล่อยหรือการนำสุนัขไปขังกรงจะยิ่งสร้างความเครียดให้กับสุนัขและยังเป็นการส่งเสริมให้สุนัขมีความดุร้ายมากยิ่งขึ้น ส่วนการตีสุนัขจนตายหรือทำร้ายมันด้วยวิธีอื่นจนตายเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนและเป็นการทารุณกรรมสัตว์ หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วจะทำอย่างไรกับสุนัขที่กัดคนเหล่านี้ การจัดการกับสุนัขที่เคยกัดคนมาแล้วมีขั้นตอนดังนี้

1. ค้นหาสาเหตุที่ทำให้สุนัขกัดคน ซึ่งบางสาเหตุเป็นเหตุสุดวิสัยเช่น เดินไปเหยียบสุนัข ความเจ็บป่วยของสุนัข ส่วนสาเหตุที่มาจากพฤติกรรมความฝังใจของสุนัข การหวงอาณาเขต ความเครียด เป็นสิ่งที่เจ้าของควรที่จะนำสุนัขเหล่านั้นไปบำบัดเพื่อให้ความดุร้ายลดลงไป และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นปกติสุข การได้สาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้การบำบัดอาการดุร้ายในสุนัขคลายลงได้ ซึ่งการบำบัดนี้จะต้องใช้เวลาและความเอาใจใส่รวมถึงการให้ความรักกับสุนัขเป็นอย่างมาก

2. การบำบัดโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สุนัขที่มีพฤติกรรมฝังใจในบางสิ่ง เช่น เสียงที่ดัง เสียงรถจักรยานยนต์ อาจต้องทำการบำบัดโดยการฝึกให้ชินกับเสียงเหล่านี้บ่อยๆ และในที่สุดเขาก็จะเกิดการเรียนรู้ว่าสิ่งต่างๆเหล่านั้นไม่เป็นพิษภัยต่อเขามาก

3. การบำบัดโดยการทำหมันหรือฮอร์โมนบำบัด สุนัขเพศผู้บางตัวมีความดุร้ายเนื่องมาจากฮอร์โมนเพศผู้ในร่างกายมีปริมาณที่สูงเกินไป การตอนหรือการให้ฮอร์โมนบำบัดจะช่วยให้สุนัขคลายความดุร้ายลงได้บ้าง แต่อาจต้องมีวิธีการอื่นร่วมด้วยในการบำบัด

4. การทำการุณฆาต ในกรณีที่สุนัขมีความดุร้าย ไม่สามารถทำการบำบัดด้วยวิธีการข้างต้นและยังมีความรุนแรงมากขึ้นหรือมีความดุร้ายเพิ่มขึ้นอาจต้องทำการการุณยฆาตเพื่อให้สุนัขตายลงอย่างสงบ ซึ่งวิธีการทำการุณยฆาตนี้จะต้องผ่านการพิจารณาโดยสัตวแพทย์ และสัตวแพทย์จะต้องเป็นผู้ลงมือกระทำเพื่อไม่ให้เกิดความเจ็บปวดต่อตัวสุนัข

                      จากข้อมูลเบื้องต้นที่นำเสนอมานั้นจะเห็นได้ว่าปัญหาสุนัขกัดคนไม่ใช้ความผิดของสุนัขเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีปัจจัยอื่นอีกมากมายที่มาเกี่ยวข้อง เมื่อสุนัขของท่านก่อปัญหากัดคนขึ้นมาก็อย่ารีบด่วนตัดสินใจกระทำการอันทารุณต่อสุนัข ขอให้พิจารณาไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน และขอให้นึกถึงความสัมพันธ์ที่เคยมีต่อกันมาและปัญหาที่จะเกิดขึ้นหากนำสุนัขไปปล่อยก็จะเป็นปัญหาสังคมต่อไป ซึ่งทางออกของปัญหาได้รวบรวมไว้ให้แล้ว

เข้าชม : 2598


ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการสัตวแพทย์ 5 อันดับล่าสุด

      พิษ จาก ปลาปักเป้า 25 / ก.พ. / 2558
      มองอนาคตไปข้างหน้า..........กับสาขาเทคนิคการสัตวแพทย์ 3 / ส.ค. / 2557
      ชีชี แปะแป๊ะ 8 / ก.ค. / 2557
      ไข้หูดับ 10 / มิ.ย. / 2557
      ฉี่นั้นสำคัญไฉน 6 / มิ.ย. / 2557




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ vtatthailand@windowslive.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

Home    About us    News    Calendar    Webboard    Knowledge    Gallery    Contact us    Admin  
© Copyright 2010 สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย :: Veterinay Technology Association of Thailand
Power by : MAXSITE 1.10