[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย
 

 



  

เรื่องทั่วไป
U-NET

จันทร์ ที่ 28 เดือน เมษายน พ.ศ.2557


เด็กหลังห้อง

สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย

 

U-NET

เป็นประเด็นที่ร้อนเหลือเกินกับ U-NET หรือ การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติระดับอุดมศึกษา จากราบงานข่างพบว่ามีการคัดค้านมากมายโดยมี ม.เกษตร เป็นหัวหอกแกนนำ มีหลายๆท่านสอบถามมาที่ผมว่า การทดสอบนี้จะส่งผลต่อวิชาชีพ เทคนิคการสัตวแพทย์ มากน้อยแค่ไหน ก่อนจะตอบคำถามนี้ เรามาทำความรู้จัก U-NET กันก่อนดีกว่าครับ

          U-NET ย่อมาจาก Unpromising National Eccentric Test = การทดสอบประหลาดระดับชาติที่เริ่มต้นไม่ค่อยจะดี เอ้ย ไม่ใช่ หรือจะเอาเป็น U-NET = U-TURN อนาคตการศึกษาไทย ก็ยังไม่ใช่อีกครับ จริงๆแล้วมันย่อมาจาก University National Education Test ซึ่งท่าจะพูดเป็นภาษาเราๆท่านๆก็คือ เป็นการวัดความรู้เด็กป.ตรีก่อนเรียนจบนั่นเอง โดยการสอบU-NET จะเป็นการประเมินมาตรฐานบัณฑิตตามที่กฎหมายกำหนด ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ หรือ TQF โดยมี สทศ. (สติปัญญา ทับไว้ใต้ ศิลา เอ้ย พิมพ์ผิด สมาคมทำลายการศึกษาไทย ยิ่งผิดไปกันใหญ่  จริงๆแล้วย่อมาจาก สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ) เป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะมีการสอบ 4 วิชาดังนี้

1. การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร

2. การใช้สารสนเทศและเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิต

3. การรู้เท่าทันสื่อ การคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา (Media Literacy)

4. การคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking)

โดยในอนาคตจะเพิ่มการสอบอีก 2 ด้าน (ยังไม่กำหนดเวลาแน่นอน) ได้แก่

5. ด้านคุณธรรม จริยธรรม

6. ด้านทักษะวิชาชีพเฉพาะสาขาวิชา

หลังจากนั้นก็จะมีการจัดทดสอบในระดับปริญญาโทและเอกต่อไป (ในกรณีที่จัดทดสอบระดับปริญญาตรีสำเร็จไปได้ด้วยดี) โดยเจ้าภาพ สทศ. ได้ให้ข้อมูลว่าเป็นการทดสอบโดยผู้สอบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย, เป็นการทดสอบถามความสมัครใจ แต่ จะจัดกิจกรรมรณรงค์ให้เห็นความสำคัญของการสอบ U-NET และจะประสานไปยังนายจ้างของสถานประกอบการต่าง ๆ เพื่อขอให้ใช้ผลการทดสอบยูเน็ตเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานในสถานประกอบการนั้นๆ (ไม่ได้บังคับครับเป็นการสอบตามความสมัครใจ แต่บีบอ้อมๆเท่านั้นเอง) ซึ่งในโลกสังคมออนไลน์มีการกล่าวถึงการทดสอบนี้มากมาย ทั้งในแง่บวก และ ลบ แต่ดูเหมือนส่วนใหญ่จะเป็นไปทางลบ ผมขอยกตัวอย่างความคิดเห็นของ อ.พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้เสนอความคิดเห็นเอาไว้ว่า ..“ในคณะแต่ละคณะ แต่ละสาขาวิชา มันมีธรรมชาติต่างกัน บางสาขาเน้นการทำวิทยานิพนนธ์/ภาคนิพนธ์ หรือศิลปนิพนธ์, ดนตรีนิพนธ์, บางสาขาเป็นการสอบแบบประมวลความรู้ (Comprehensive) ซึ่งต้องเขียนวิเคราะห์และยังอาจมีการสอบปากเปล่าด้วย, บางสาขาไม่มีสอบหรือต้องทำรายงานเล่มใหญ่แต่มันจะเรียกผ่านได้ก็มาจากการพัฒนาทักษะอย่างมากจนอาจารย์ให้ผ่าน ถ้าอธิบายระบบสอบ U-NETว่าดี มันก็คงดีสำหรับคนคิดเท่านั้น เพราะคาดหวังว่ามันจะยกระดับคุณภาพนักศึกษา แต่คุณภาพของนักศึกษามันต้องมาจากการสั่งสมความรู้ U-NETจึงเป็นระบบที่ซ้ำซ้อน, ไม่มีหลักประกันที่เห็นผลได้จริงเพราะไม่เคยทดลองด้วยหลักสถิติมาก่อน ไม่มีใครรู้คุณภาพของข้อสอบ ไม่มีการทำประชาพิจารณ์ เพราะมองว่าเด็กคิดไม่เป็น และทำให้นักศึกษาต้องเสียเวลาเปล่าแทนที่จะเอาเวลาไปพัฒนาตัวเองในทางอื่น”

ผมจำไม่ได้ว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการท่านใดเคยบอกว่า “การศึกษาที่ดีคือการเรียนอย่างมีความสุข” แต่การทดสอบ U-NETที่กำลังจะเกิดขึ้นกับประเด็นทางสังคมทำให้ผมรู้สึกสงสัยว่า ใครกันแน่ที่สุข, ใครกันแน่ที่กำลังจะเป็นทุกข์ แต่ที่จะมีความสุขมากๆน่าจะเป็นสถาบันกวดวิชาแน่ๆ เพราะจะได้ลูกค้ากลุ่มใหญ่ถึงใหญ่มาก อ่านมาถึงตรงนี้ ผู้อ่านคงรู้สึกว่าผู้เขียนไม่เห็นด้วยกับการทดสอบนี้ แต่ในความเป็นจริงผมก็รู้สึกว่ามันดีในหลักการแต่ยากแก่การปฏิบัติ ที่ว่าดี มันจะดียังไง ผมคิดว่าหลักๆเลยมันเหมือนเป็นการประกันคุณภาพ ลองหลับตาแล้วมโนตามผมนะครับว่าเด็กจบมาคณะเดียวกัน แต่ ต่างมหาวิทยาลัยกัน การทดสอบนี้จะช่วยให้เรารู้ถึงคุณภาพของเด็กที่จบ ซึ่งจะแปลผลไปถึงคุณภาพของอาจารย์และสถาบัน เอ้า ลืมตาได้ ที่ว่ายากแก่การปฏิบัติ ผมหมายถึงอย่างไร เรามาไล่ตามการสอบดูนะครับ

ข้อ1. การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร อันนี้ ผมคิดว่ามันเป็นการซ้ำซ้อน เพราะ ตอนเราสอบเข้ามหาวิทยาลัยเราก็มีการสอบวิชาดังกล่าวอยู่แล้ว (หรือการเรียนมหาวิทยาลัยมันจะทำให้เราอ่อนลง ตรงกับคำว่า ยิ่งเรียนยิ่งโง่) แถมตอนเรียนก็ยังมีการเรียนการสอนและออกเกรดในทุกมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว เมื่อจบดารศึกษาก็ยังมีการสอบ IELTS, TOEFL, CU-TEP, TU-GET, TOEIC ฯลฯ ซึ่งเป็นการสอบแบบสมัครใจ (ตรงตามหลักการเพราะเราต้องเสียเงินไปสอบ), แถมได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ  แถมในที่ทำงานบางแห่งก็มีการจัดสอบของเค้าอยู่แล้ว เนื่องจากแต่ละงานก็ต้องการความสามารถด้านนั้นๆไม่เท่ากัน ซึ่งการสอบ U-NET น่าจะเป็นการทดสอบแบบกว้างๆ ไม่เจาะจงที่เขาจะใช้ในอาชีพจริงๆ เพราะพยายามจะวัดทุกอาชีพด้วยข้อสอบเดียว (ไม่เชื่อลองเอาเด็กบริหารมาทำข้อสอบที่มีศัพท์เฉพาะทางการแพทย์ดูสิ คงมันพิลึก)

ข้อ2. การใช้สารสนเทศและเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิต –ข้อนี้ทำเอาผมมึน จะสอบภาคปฏิบัติหรือครับ เพราะถ้าเป็นข้อสอบแบบเขียนบรรณยายหรือ เลือกข้อที่ถูก เราจะรู้ได้ไงว่าผู้ทดสอบสามารใช้สารสนเทศและเทคโนโลยีได้จริง

ข้อ3. การรู้เท่าทันสื่อ การคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา และข้อ4. การคิดอย่างมีวิจารณญาณ ผมขอมัดรวมเลยละกัน โดยส่วนตัวผมไม่คิดว่าเราจะสามารถวัดเรื่องวิจารณญาณหรือไหวพริบจากการแก้ปัญหาข้อสอบ มันน่าจะมาจากการเรียนรู้และประสบการณ์ทำงานมากกว่า ที่สำคัญผมคิดว่า มุมมองและความคิด วิจารณญาณของแต่ละคนไม่ควรที่จะถูกคนกลุ่มๆ เดียวกำหนดไว้ว่าถูกหรือผิด

ข้อ5. ด้านคุณธรรม จริยธรรม เอาสั้นๆเลยครับ ต่อให้ทำคะแนนเต็มก็ไม่ได้แปลว่าเค้าเป็นคนดี

ข้อ6. ทักษะวิชาชีพเฉพาะสาขาวิชา ข้อนี้น่าสนใจครับและเป็นข้อเดียวจากทั้งหมดที่ผมเห็นด้วยเพราะมันเป็นการประกันและยกระดับคุณภาพ สำหรับวิชาชีพที่มีสภาวิชาชีพจะไม่ต้องสอบ U-NET ครับ แต่สำหรับวิชาชีพ เทคนิคการสัตวแพทย์นั้น ยังไม่มีครับ (อยู่ในช่วง ผลักและดันให้เกิด) จะต้องสอบส่วนนี้ คำถามที่ผุดขึ้นมา คือ ใครคือผู้จะออกข้อสอบ, วิธีการสอบ และการให้คะแนน แล้วถ้ามีข้อนี้เกิดขึ้นจริง จะมีผลต่อการผลักดันให้เกิดสภาวิชาชีพและใบประกอบวิชาชีพไหม (อาจจะมีผลทำให้ได้ง่ายลง หรือยากขึ้น)

ทั้งหมดที่เขียนมาเป็นความคิดเห็นจากผมคนเดียวครับ ซึ่งความคิดของผมไม่ได้แปลว่าถูกเสมอ อาจจะมีถูก มีผิด บางคนอาจเห็นด้วย ในขณะที่หลายคนอาจไม่เห็นด้วย ในโอกาสนี้ผมเลยขอประชาสัมพันธ์ถึงโครงการ “เสวนาวิชาชีพ เทคนิคการสัตวแพทย์” เพื่อเป็นเวทีให้ทุกท่านได้โอกาสโต้แย้งผมและแสดงความคิดเห็นร่วมกันครับ ซึ่งสมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทยกำลังร่างโครงการและวางแผนงานกันอยู่ครับ (รับสมัครอาสาสมัครช่วยงานด้วยครับ)  ในส่วนเรื่อง วัน, เวลา และสถานที่ จะแจ้งให้ทราบในเวป เร็ววันนี้ครับ

                                                ____________________________________________



เข้าชม : 566


เรื่องทั่วไป 5 อันดับล่าสุด

      พระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ.2551 18 / พ.ค. / 2558
      อวดไม่รู้ 21 / เม.ย. / 2558
      โรคกระดูกพรุน 14 / พ.ค. / 2557
      U-NET 28 / เม.ย. / 2557
      ผมเป็นโรคขี้เกียจ 17 / เม.ย. / 2557




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ vtatthailand@windowslive.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

Home    About us    News    Calendar    Webboard    Knowledge    Gallery    Contact us    Admin  
© Copyright 2010 สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย :: Veterinay Technology Association of Thailand
Power by : MAXSITE 1.10