[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย
 

 



  

ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการสัตวแพทย์
ฆาตกรต่อเนื่อง (Serial killer) ที่ กุยบุรี

จันทร์ ที่ 26 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2557


เด็กหลังห้อง

สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย

 

ฆาตกรต่อเนื่อง(Serial killer) ที่ กุยบุรี

        จากรายงานข่าวการตายของกระทิง ในพื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า ป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (โครงการกุญชร) จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ได้มีการหาสืบหาสาเหตุของโรค ซึ่งในระยะแรก มีการกล่าวถึงการวางยา, โดนสารพิษ จนมีการสงสัยว่าเกิดโรคระบาดในสัตว์ ซึ่งมีผู้ต้องหา 2 ราย ซึ่งได้รับการยืนยันแน่ชัดหลังจากทีมสัตว์แพทย์พิสูจน์ซากกระทิง ได้แก่

1. แบคทีเรียคลอสตริเดียม โนวิอาย (Clostridium novyi)       

        2. เชื้อ Aphthovirus หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า โรคปากและเท้าเปื่อย (Food and Mouse Disease: FMD)

เรามาเริ่มทำความรู้จัก Clostridium novyi กันก่อนเลยนะครับ ซึ่งแบคทีเรียตัวนี้ยังไม่เคยมีรายงานการระบาดในไทยมาก่อน (ถึงว่าสิ ไม่คุ้นหูเลย, เชื้อคลอสติเดียมในไทยที่คุ้นเคยก็คงเป็น Clostridium tetani ที่ทำให้เกิด บาดทะยัก กับ Clostridium botulinum ที่ใช้ผลิตสารโบท๊อกซ์) แต่จากรายงานในต่างประเทศพบว่าเชื้อนี้สามารถนำไปสู่​​การเสียชีวิตในวัว, แกะ และ ม้า ซึ่งเจ้าเชื้อแบคทีเรียตัวนี้สามารถผลิตสารพิษที่ก่อให้เกิดโรค “Black disease” ที่อาจทำให้สัตว์ตายแบบเฉียบพลันได้ ว่าแล้วมาทำความรู้จักโรค “Black disease”กันครับ เป็นโรคที่เกิดกับพวกตัวดำ ผมผิวขาวเหลืองเลยรอดไป 555 ล้อเล่นครับ โรคนี้ได้ชื่อมาจากลักษณะสีเข้มหรือสีดำใต้ผิวหนังเนื่องจากการแตกของเส้นเลือดฝอยในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดโรคโลหิตเป็นพิษเฉียบพลัน เจ้าเชื้อ C. novyi มันถูกพบในรูปแบบ สปอร์ แพร่กระจายในดิน, หญ้า และอุจจาระ ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกส่งไปยังตับ เมื่อสภาวะเหมาะสมจะฟักตัวที่ตับแล้วปล่อยสารพิษ necrotizing ซึ่ง ทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อในตับ ซึ่งตับเป็นอวัยวะที่ใช้ตัวกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย  เมื่อตับเสียหายความเสียหายจะส่งผลในระบบหลอดเลือด เป็นผลทำให้เกิดการแตกของเส้นเลือดฝอย โดยปกติสัตว์ตายภายในหนึ่งถึงสองวัน

ต่อด้วยโรคปากและเท้าเปื่อย ซึ่งปัจจุบันพบว่าทั่วโลกมี Aphthovirus อยู่ 7 serotype ได้แก่ A, O, C, Southern African Territories (SAT-1, SAT-2, SAT-3) และ Asia-1  ซึ่งในไทยโชคดีพบแค่เกือบครึ่ง (3 ใน 7) ได้แก่ A, O และ Asia-1 ซึ่งแต่ละserotype จะมีภูมคุ้มกันเฉพาะ นั้นหมายความว่าสัตว์ป่วย อาจเป็น ซ้ำอีกถ้าได้รับเชื้อคนละ serotype อาการของโรคสามารถแบ่งได้ 2 ระยะ ซึ่งในระยะแรก สัตว์ที่ป่วยเป็นโรคนี้ จะมีไข้ ซึม เบื่ออาหาร หลังจากนั้นจะมีเม็ดตุ่มพอง เกิดที่ริมฝีปากในช่องปาก เช่น เหงือกและลิ้น ทำให้น้ำลายไหล กินอาหารไม่ได้ ส่วนระยะที่สอง เกิดจากเชื้อเข้ากระแสเลือด จะเกิดเม็ดตุ่มที่ระหว่างช่องกีบ ไรกีบ ทำให้เจ็บมาก เดินกะเผลกเมื่อเม็ดตุ่มแตกออก, อาจมีเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย ทำให้แผลหายช้า ซึ่งถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อน แผลจะหายเองใน 1-2 สัปดาห์ สัตว์ที่ฟื้นจากการติดเชื้อยังสามารถเป็นพาหะของไวรัส FMD อีกด้วย ซึ่งโรคปากและเท้าเปื่อยมักจะพบในสัตว์กีบคู่ (เช่น โค กระบือ สุกร แพะ แกะ กวาง) นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ในสัตว์ป่า (เช่น กระทิง, ไบสัน, กวาง, เม่น,ช้าง) ในภาวะปกติ สัตว์จำพวก สุนัข แมว กระต่าย หนู ไก่ จะไม่ไวต่อโรคนี้ แต่อาจติดได้จากการทดลอง ส่วนมนุษย์เช่นเราก็ไม่ไวต่อโรคเช่นกันครับ (หวังว่าคงไม่มีใครบ้าเอาไปทดลอง) อย่าสับสนกับโรคมือเท้าปากเปื่อย (Hand foot mouth syndrome) ที่พบในเด็กนะครับ อันนั้นเกิดจากเชื้อ  วรัสกลุ่ม Enterovirus genusซึ่งเชื้อโรคในกลุ่มนี้ประกอบไปด้วย polioviruses, coxsackieviruses, echoviruses, and enteroviruses

ผอ.สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ นสพ.ปรีชา วงษ์วิจารณ์ ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนถึงสาเหตุการตายของกระทิงว่า เป็นเชื้อแบคทีเรียคลอสตริเดียม โนวิอาย หรือ เชื้อไวรัสโรคปากและเท้าเปื่อยกันแน่ หรืออาจเกิดจากทั้ง 2 โรคสามัคคีทำงานก็เป็นไปได้ ยังคงต้องพิสูจน์การต่อไป ผู้เขียนหวังให้หาสาเหตุได้ในเร็ววัน จะได้หาทางป้องกันได้ เพราะถึงตอนนื้ที่ผู้เขียนกำลังเขียนบทความ ได้รายงานตัวการเสียชีวิตที่ 29 ตัว ถ้าเนินนานไปกว่านี้เกรงว่าจะสูญพันธ์ไปเสียก่อน ยิ่งประชากรของกระทิงยังอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธ์ ซึ่งในเขตกุยบุรีจัดเป็นเขตฟื้นฟูจำนวนประชากรกระทิงที่สำคัญ

________________________________________

อ้างอิง

http://thaigaurconservation.com/

http://breakingnews.nationchannel.com/home/read.php?newsid=721164

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000052077

http://www.colorado-serum.com/vets/vol_5/vol5_4.htm

http://en.wikipedia.org/wiki/Infectious_necrotic_hepatitis

http://www.baanjomyut.com/library_2/extension-3/foot_and_mouth_disease/index.html

http://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?ID=6099

http://www.merial.co.th/Livestock/Pages/fmd_080306.aspx

http://region7.dld.go.th/DControl/Data/Disease/Cow/Foot%20and%20mouth%20disease.htm

http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/infectious/hand_foot_mouth/hand_foot_mo.htm#.U3CLhPl_um4

 

                        ____________________________________________



เข้าชม : 734


ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการสัตวแพทย์ 5 อันดับล่าสุด

      พิษ จาก ปลาปักเป้า 25 / ก.พ. / 2558
      มองอนาคตไปข้างหน้า..........กับสาขาเทคนิคการสัตวแพทย์ 3 / ส.ค. / 2557
      ชีชี แปะแป๊ะ 8 / ก.ค. / 2557
      ไข้หูดับ 10 / มิ.ย. / 2557
      ฉี่นั้นสำคัญไฉน 6 / มิ.ย. / 2557




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ vtatthailand@windowslive.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

Home    About us    News    Calendar    Webboard    Knowledge    Gallery    Contact us    Admin  
© Copyright 2010 สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย :: Veterinay Technology Association of Thailand
Power by : MAXSITE 1.10