[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย
 

 



  

ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการสัตวแพทย์
ไข้หูดับ

อังคาร ที่ 10 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2557


เด็กหลังห้อง

สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย

 

                ไข้หูดับ

                      จากการที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ได้ออกประกาศเตือนประชาชนถึงโรค ไข้หูดับ โดยได้เปิดเผยว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 15 พฤษภาคม 2557 มีผู้ป่วย 74 ราย จาก 11 จังหวัด เสียชีวิต 8 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยทางกระทรวงสาธารณสุขได้แนะนำให้ หลีกเลี่ยงกินเนื้อหมู เลือดหมู สุกๆ ดิบๆ จำพวกลาบก้อย หลู้ ส้า เพราะจะมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อโรคไข้หูดับ ซึ่งมีอันตรายขั้นเสียชีวิต หรือหูหนวกตลอดชีวิต ส่วนกลุ่มนักดื่ม หรือมีโรคประจำตัวหากติดเชื้ออาการป่วยจะรุนแรงขึ้น ทำให้ผมรู้สึกเป็นกังวลกับพี่ๆน้อง และเพื่อนๆขาวเทคนิคการสัตวแพทย์หลายคน ที่นิยมชมชอบอาหารเหล่านี้ ตลอดจนหลายๆท่านที่ทำงานหรือมีความเกี่ยวข้องกับฟาร์มสุกร ว่าแล้วเรามาทำความรู้จักโรคนี้กันเถอะ

                      โรคไข้หูดับ จัดเป็น Zoonotic infectious disease ซึ่งเป็นการติดต่อจากหมูสู่คน โดยมีสาเหตุมาจากเชื้อสเตรฟโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) เจ้าเชื้อนี้เป็นแบคทีเรีย ชนิดแกรมบวก รูปร่างกลม ซึ่งแบ่งได้มากกว่า 30 สายพันธุ์ย่อย แต่ตัวที่ก่อให้เกิดโรคในคนคือ สายพันธุ์ที่2 (Serotype 2) โรคไข้หูดับมีรายงานการระบาดประปรายทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีการเลี้ยงหมูเป็นอุตสาหกรรม ส่วนในประเทศไทยมีรายงานโรคนี้ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2530 ต่อจากนั้นก็มีรายงานประปรายทุกปี การติดเชื้อไข้หูดับในคนมักพบว่าเกิดจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของหมู เช่น น้ำมูก น้ำลาย โดยติดเชื้อผ่านบาดแผลตามร่างกายหรือเข้าทางเยื่อบุตา จึงมักพบผู้ที่ติดเชื้อมักในกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงหมู (เช่น ทำงานในโรงงานชำแหละหมู, ผู้เลี้ยง, ผู้จำหน่าย) ส่วนประชาชนทั่วไปมักพบผู้ติดเชื้อผ่านทางการรับประทานเนื้อหมูดิบ หรือดิบๆสุกๆ ยังโชคดีที่เชื้อนี้จัดว่าเป็นเชื้อที่ไม่รุนแรงมากนักเนื่องจากไม่ได้แพร่ระบาดทางการหายใจ และยังมีรายงานการติดเชื้อจากคนสู่คน แถมให้อีกนิดครับ ผู้ที่ติดสุราเรื้อรัง ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ไต มะเร็ง หัวใจ ผู้ที่เคยตัดม้ามออก จะเป็นกลุ่มที่เสี่ยงมีอาการป่วยรุนแรงถ้าติดเชื้อเนื่องจากภูมิคุ้มกันที่น้อยลง

                      ไข้หูดับ จะมีระยะฟักตัวอยู่ในช่วงน้อยว่า 2 สัปดาห์หลังการติดเชื้อแล้วจึงแสดงอาการออก (ส่วนมากมักพบระยะฟักตัวที่ 1-3 วัน) โดยจะแสดงอาการ ไข้สูงเฉียบพลัน, อาจมีอาการจากการติดเชื้อในกระแสโลหิต (ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ/ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด), อุจจาระร่วง/ท้องเสีย, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (เกิดจากการติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง), อาจมีอาการติดเชื้อชนิดเป็นหนองที่ข้อ และที่สำคัญคือ มักมีประสาทหูอักเสบจนหูดับ/หูหนวกทั้งสองข้าง นอกจากนั้น ผู้ป่วยอาจมีอาการเวียนศีรษะทรงตัวไม่ได้ ซึ่งเป็นอีกอาการที่พบได้บ่อย อาการดังที่กล่าวมาจะแสดงอาการอยู่ในช่วง 2-3 สัปดาห์ ยกเว้น อาการหูดับซึ่งเป็นอาการถาวร อาการจะไม่หายไปแม้จะรักษาโรคหายแล้วก็ตาม การได้รับการรักษาที่ถูกต้องก่อนเกิดอาการหูดับอาจจะช่วยลดโอกาสเกิดหูดับ (ควรพบแพทย์ทันทีที่รู่ว่ามีอาการดังที่กล่าวมา โดยเฉพาะเมื่อมีประวัติสัมผัสหมู หรือกินหมูสุกๆดิบๆ ในระยะเวลาประมาณ 3 วันก่อนเกิดอาการ เพราะจะได้รักษาได้ทัน) แต่เมื่อเกิดอาการหูดับแล้วไม่สามารถทำอะไรได้, ไม่มีวิธีรักษาที่จะทำให้หูกลับมาได้ยินเหมือนเดิม ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดโรค (ตรงกับสำนวน ป้องกันดีกว่าแก้ไข) วิธีป้องกันก็ไม่มีอะไรยากครับ ในกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงหมูระหว่างปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับหมู/สุกรทุกขั้นตอน ก็ป้องกันตัวเองโดย สวมรองเท้าบู๊ต, สวมถุงมือ, สวมเสื้อผ้าที่รัดกุม ถ้ารูตัวว่าร่างกายมีแผลต้องระวังในการสัมผัสสุกร หลีกเลี่ยงได้ก็จะดีครับ หลังปฏิบัติงานเสร็จก็ล้างมือ, ล้างเท้า, ล้างตัวให้สะอาด โดยส่วนการกำจัดเชื้อจากฟาร์มก็ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์เพื่อป้องกันการติดเชื้อของหมู ที่สำคัญอีกอย่างครับไม่กินหมูที่ป่วย หรือหมูตายจากโรค (อย่าเสียดายครับ) ส่วนประชาชนทั่วไปก็ป้องกันตัวเองโดยการไม่รับระทานเนื้อหมูที่ไม่สุกดี เช่น อาหารจำพวก ลาบ, ก้อย, หลู้, ส้า หรือ จิ้มจุ่มที่ต้มไม่สุกพอ

                      ______________________________________________________

อ้างอิง

http://thaigcd.ddc.moph.go.th/home

http://en.wikipedia.org/wiki/Streptococcus_suis

http://www.merckvetmanual.com/mvm/index.jsp?cfile=htm/bc/54302.htm

เข้าชม : 976


ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการสัตวแพทย์ 5 อันดับล่าสุด

      พิษ จาก ปลาปักเป้า 25 / ก.พ. / 2558
      มองอนาคตไปข้างหน้า..........กับสาขาเทคนิคการสัตวแพทย์ 3 / ส.ค. / 2557
      ชีชี แปะแป๊ะ 8 / ก.ค. / 2557
      ไข้หูดับ 10 / มิ.ย. / 2557
      ฉี่นั้นสำคัญไฉน 6 / มิ.ย. / 2557


Home    About us    News    Calendar    Webboard    Knowledge    Gallery    Contact us    Admin  
© Copyright 2010 สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย :: Veterinay Technology Association of Thailand
Power by : MAXSITE 1.10